วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

อบรมเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการบริการ (24/07/54) part2

อบรมเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการบริการ (24/07/54) part2


 โดย อ.บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ หัวหน้างาน งานพัฒนาและบริการสื่อสาระดิจิทัล ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

Crosswalk Metadata+Open Technology+Digital

z39.50 แลกเปลี่ยนมาตรฐานรายการบรรณานุกรมระหว่าง ILS 
    Innopac - Innopsc - Horizon - VTLS
ความเป็นจริงในห้องเรียน โอกาศทำงานกับ ILS ยาก จึงมีการพัฒนาซอฟต์แวร์จำลองการทำงานอย่าง Mercury z39.50 clients

    ให้มองภาพว่า Mercury z39.50 clients คือ Catalogue Module ของระบบ Innopac ในห้องสมุด มช
ดังนั้นหากต้องการลงรายการบรรณานุกรมหนังสือ 

  ประเด็นน่าสนใจของ z39.50
 1. ระบบห้องสมุดที่จัดหา/จัดซื้อ พัฒนา ไม่มีโมดูล z39.50
 2. ระบบห้องสมุดที่ใช้อยุ่มีโมดูล z39.50 แต่ห้องสมุดไม่ทราบทั้งการเปิดใช้งาน และการใช้งาน
 3. ห้องสมุด/บรรณารักษ์ ไม่รู้จัก z39.50 มาก่อน
 4. หนังสือส่วนมากของห้องสมุดเป็นภาษาไทย ซึ่งระบบที่เปิดโมดูล z39.50 ของประเทศไทยมีน้อย หรือไม่เปิดระบบให้บริการ

Z39.88, OAI-PMH,Embeded Metadata 
   กับการแลกเปลี่ยนรายการทางบรรณานุกรมจากห้องสมุด/ทรัพยากรสู่ Application
   
การพัฒนาเว็บแยกมี 2 กรณีคือ 
  1. ทำมือ ... สร้างหน้า .php, .html, .htm
  2. พัฒนาด้วย s/w เช่น cms - jommla, Drupal
เว็บที่ทำต้องให้ google เก็บข้อมูลได้ ไฟล์ประกอบการทำเว็บมีกี่ไฟล์
 1 html
 3 jpg
 1 ppt
 1 pdf

ทุกไฟล์ต้องฝัง Metadata ที่จำเป็น

 1 html ฝัง Web meta Tag
  • <meta name="keyword" content="คำค้น" />
  • <meta name="authors" content="หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์" />
  • <meta name="description" content="คำอธิบาย" />
Web Meta Tag ให้ข้อมูลกับ Search Engine 
  • <meta name="DC.title" content="คำค้น" />
  • <meta name="DC.authors" content="หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์" />
  • <meta name="DC.description" content="คำอธิบาย" />
  • <meta name="DC.keyword" content="คำค้น" />
  • <meta name="DC.CreateDate" content="หน่วยงานผู้สร้าง" />
DC Meta Tag ให้ข้อมูลบรรณานุกรมกับ Apps เช่น Reference Manager (Endnotes.Zotero,JabRef ,Refwork..) มาตรฐาน z39.88
  • <meta name="citation_title" content="คำค้น" />
  • <meta name="citation_Author" content="หน่วยงาน" />
  • <meta name="citation_description" content="คำอธิบาย" />
  • <meta name="citation_keyword" content="คำค้น" />
  • <meta name="citation_CreateDate" content="หน่วยงานผู้สร้าง" />
  • <meta name="citation_PublishDate" content="หน่วยงาน" />
  • <meta name="citation_pdf_url" content="หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์" />
  • <meta name="citation_journal_title" content="หน่วยงาน" />
  • <meta name="citation_volume" content="หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์" />
  • <meta name="citation_issue" content="หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์" />
  • <meta name="citation_firstpage" content="หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์" />
  • <meta name="citation_lastpage" content="หน่วยงาน/ผู้สร้างสรคค์" />
Citation Meta Tag เป็นชุดใหม่เพื่อให้ข้อมูลบรรณานุกรมเชิงผลงาน การเกิดของ Citation Mete Tag เพราะปัญหาจาก OAI - PMH ที่ทำได้ยาก
 3 jpg ฝัง IPTC
 1 ppt ฝัง document Metadata
 1 pdf ฝัง PDF Metadata

**แล้วแต่ละชุด Metadata จะลงรายการอย่างไร (มาตรฐานการลงรายการ)

ขยายทุกไฟล์โดยเฉพาะ .html ให้รองรับมาตรฐาน z39.5 ผ่านz39.88

การเพิ่ม Webometric Ranking
  • size
  • Visibility
  • Scholar
ประเด็นเพิ่มเติม IR 
 1. เมื่อพัฒนา IR เรียบร้อยแล้ว จะต้องไปลงทะเบียน OAI URL ผ่าน OpenArcives.org
 2. นำผลงานของแต่ละบุคคลใน IR ไปทำ ePorfolio ด้วย researchgate.
 3. IR ที่จะพัฒนาจะอยุ่ในสถานะ Data Provider
 4. สามารถพัฒนา One search ของตนเองต่อจาก IR ได้ด้วยการติดตั้ง
ซอล์ฟแวร์พัฒนา IR 

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

อบรมเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการบริการ (23/07/54)

อบรมเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการบริการ (23/07/54)

     โดย อ.บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ หัวหน้างาน งานพัฒนาและบริการสื่อสาระดิจิทัล ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

Library Trend : IFLA,ALA,UNNESCO
1. Cloud computing
แบ่งออกเป็นหลายมิติดังนี้
  1. ไม่ต้องรู้ที่ตั้ง และไม่ต้องรู้ว่า server อยู่ที่ไหน
  2. เครื่องที่เป็น sever กลางไม่จำเป็นต้องมีีจุดเดียว ใช้เทคนิคการตรวจสอบช่องว่างของสัญญาน ไม่ตำเป็นต้องรู้ว่าทำงานอยู่ที่ server ไหน ทำงานอย่างไร
แบ่งแยกตามกลุ่มผู้ใช้
  • Cloud ระดับองค์กร เช่น OCLC, Cloud Library
  • Cloud ระดับบุคคล/บริการ เช่น Gmail,Facebook,Meebo
  • Cloud ผสม  ในเมืองไทย มีที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Dropbox = http://www.dropbox.com/ ซึ่ง dropbox จะทำหน้าที่ในการ transfer file จากเครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่ง
แบ่งแยกตามการให้บริการ
  • Public Cloud
  • Private Cloud
  • Hybrid Cloud
แยกตามประเภทของเทคโนโลยี
  • SaaS - Solfware as a Service เช่น www.zoho.com หรือ docs.google.com
  • IaaS - Infrastructure as a Service 
  • PaaS -Platfrom as a Service
Mobile Device
  • จำเป็นต้องมีการสำรวจผู้ใช้ว่า ใช้ Mobile หรือไม่
  • พยายามรู้ก่อนว่าผู้ใช้นั้นใช้ Mobile ประเภทอะไร
  • รู้จักผู้ใช้และพฤติกรรมจาก truehits.net
  • Smart Phone : Java,Debian 
  • Tablet : Android
  • eReader : ios  เช่น ipad ฯลฯ
  • Netbook : windows พวกคอมพิวเตอร์ทั่วไป 
Digital content & Publishing eBook, IR, Digital Library OJS
       http://ag-ebook.lib.ku.ac.th/
      เน้นอยู่ 3 ส่วนด้วยกันคือ
  1. การได้มาของเนื้อหา
  2. กระบวนการผลิต และรูปแบบ
  3. ลิขสิทธิ์ ต้นฉบับและลิขสิทธิ๋์ของ eBook การเผยแพร่
รูปแบบ eBook
  • .doc .pdf 
  • Flip eBook
  • Flash Flip eBook
  • ePuplishing
  • .ePub นามสกุลหรือ format ของเอกสารที่สร้างขึ้นมาใหม่
  • Digital Multimedia Book 
 Crosswalk Metadata
   การนำเอา Metadata มาผสมกันหลายๆอัน ซึ่งจำเป้นต้องรู้จัก Matadata มากกว่า 1 ชุด เช่น
  • MARC
  • MARCML จะไม่ใช่สัญลักษณ์เป็นตัวขั้น จะเว้นระหว่างคำไว้แทน
  • Dublin core
  • ISAD (g) ระบบการทำจดหมายเหตุ ดิจิทัล
  • CDWA สำหรับทำในด้านของ พิพิธภัณฑ์
  • RDF  สำหรับคนที่จัดการอยู่ในระบบ KM
  • OWL สำหรับคนที่จัดการอยู่ในระบบ KM
  • MODS  ใช้ในการทำ digital library
  • METS ใช้ในการทำ digital library
  • PDF Metadata
  • DOC Metadata
  • EXIF ใช้เป็นมาตรฐานรูปถ่าย digital
  • XMP ใช้เป็นมาตรฐานรูปถ่าย digital
  • IPTC ใช้เป็นมาตรฐานรูปถ่าย digital
Open technology
 
z39.5
      มาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางบรรณานุกรมหนังสือผ่าน ILS 
z39.88
      มีประเด็นใหญ่ๆ คือ
            1. ช่วยแลกเปลี่ยนข้อมูลทางบรรณานุกรมหนังสือระหว่าง ILS กับ Apps หรือหนังสือ ทรัพยากรใดๆก็ตาม
            2. การเ้พิ่มลำดับเว็บ/จัดลำดับเว็บ webometric ทำอย่างไรก้ได้ให้ web การบริการขององค์กร เป็นแบบ z39.88  (เป็น Photocal รูปแบบใหม่) ทั้งหมด

OAI - PMH
  • จัดทำ  one search จะต้องค้นเจอในครั้งเดียว หรือ web เดียว http://vijai.net/ (one search)
  • ในมิติของห้องสมุดนั้นทำให้เกิด one search โดยไม่คำนึงถึงการทำงานว่าทำอย่างไร
  • จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อต้องมีระบบใหม่เข้ามา
  • การทำงานจะต้องมีระบบ ILS 1 ตัว และสามารถให้ฐานข้อมูลบรรณานุกรมได้ 
ฐานข้อมูลนักวิจัย มช.
ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ มช.
ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ ม.แม่โจ้
**ทำอย่างไรให้มีระบบสืบค้นได้จากทุกฐานข้างต้น

Linked Data
    Semantic web/web 3.0
    ตัวอย่าง web search engine ที่เป็น Semantic = = >  http://www.wolframalpha.com/
    ตัวอย่างของ thesaurus http://164.115.5.61/thesaurus/ 

Data & Information Mining/ Visualization
     http://tnrr.in.th/beta/   (ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย)
     เข้าลิงค์ล่างสุด
     http://www.thairesearch.in.th/tnrr/
     ตัวอย่างเว็บ Online database http://www.boliven.com/ มีลักษณะคล้ายกับเว็บที่ให้บริการในห้องสมุด
  •  นับจากวันนี้ไประบบการค้นฐานข้อมูลจะต้องไปจบที่คำค้นอย่างเดียว จะต้องเจอรายละเอียดในด้านอื่นๆมากกว่านั้น
Visual search engine
http://vadl.cc.gatech.edu/  เว็บของห้องสมุด ดิจิทัล
http://labs.ideeinc.com/visual/#   เว็บ เกี่ยวกับการให้สีภาพ
http://www.krazydad.com/colrpickr/  เว็บ เกี่ยวกับการให้สีภาพ
http://labs.ideeinc.com/multicolr/  เว็บ เกี่ยวกับการให้สีภาพ

Green Library
    เกิดมาจากกระแส Global worming  แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ
       1. Green Builging
               มิติของการสร้างโครงสร้างให้มีสีเขียวเพิ่มมากขึ้น ในด้านของสิ่งแวดล้อมต่างๆ
       2. Green ICT จะคู่กับ Cloud
              

        วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

        E-book & Priracy

        สรุป E-book & Priracy (18/07/54)

        E-book & Priracy

        ข้อด้อยของ E-book
        • ต้องมีเครื่องอ่าน 
        • อ่านได้เฉพาะเครื่องอ่าน
        • ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า
        • หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์บางเล่ม ไม่สามารถอ่านกับเครื่องอ่านรุ่นใหม่ๆได้
        Type of electronic book
        1. the first type of electronic books is based on traditional paper format,and change into eletronic
        2. the second type of electronic books has been digitisd in a CD format
        Optical Charactor Recognition 
           คือ การแปลงไฟล์ภาพเอกสาร ให้เป็นไฟล์ข้อความโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์งาน

        ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โปรแกรม OCR
        • ประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เนื่องจากไฟล์ข้อความมีขนาดเล็กกว่าไฟล์ภาพมาก
        • สะดวกในการปรับแต่งและแก้ไขเอกสาร เนื่องจากไฟล์ข้อความสามารถปรับแต่งและแก้ไขได้ง่ายกว่าไฟล์ภาพ
        ข้อดีสำหรับห้องสมุด
        1.  ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้จำนวนมากครั้งภายในครั้งเดียว
        2. สามารถจัดการรูปแบบของความร่วมมือในการจัดซื้อ ประหยัดงบประมาณ และสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ในปริมาณที่มากขึ้น
        3. สามารถสนองความต้องการที่มีความต้องการของข้อมูลได้ทันที
        4. การจัดเก็บสามาถจัดเก็บได้สะดวกขึ้น เนื่องจากสามารถทำสำเนาได้ และไม่ต้องซ้ำซ้อน 
        Technical and managment problem
        • ขั้นตอนการจัดทรัพยากรในรูปแบบใหม่ develop acquistion and circulation moded
        • บุคลากรต้องได้รับการฝึกฝนใหม่ Development model
        • การจัดบริการเป็นเรื่องใหม่
        • ดูแลเกี่ยวกับการเข้าถึง และการบริการที่ต้องทำการตกลงกับผู้ใช้บริการ
        • การดูแลเกี่ยวกับสิทธิของผู้ใช้

        วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

        The evolotion of book

        สรุป The evolotion of book (10/07/54)

        The evolotion of book

        E-book Format
              เนื่องจากมีการใช้ข้อมูลในการอ่านที่หลากลหายชนิดในการอ่าน จึงทำให้ E-book formats ถูกจัดเก็บไว้หลายรูปแบบ ซึ่งหนังสือส่วนใหญ่จะถูกพิมพ์ออกมาอยู่ในหลายรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เ้ข้าถึงได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น

        EPUB
              
              รูปแบบการจัดเก็บข้อมูล (format) ที่ใช้จัดเก็บหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มีหลายรูปแบบที่คุ้นเคยกัน ที่เป็นที่นิยม ก็คงจะเป็น .pdf ของค่าย Adobe หรือ .chm ของระบบ HTML ซึ่ง รูปแบบเนื้อหาของ pdf นั้น เป็นการจัดว่างอย่างคงที่ (non-reflow able) ไม่สามารถปรับให้เข้าและพอดีกับขนาดของจอแสดงผล บางส่วนอาจจะล้น เลย เกินออกไปได้ แต่ .pfb เวอชั่นใหม่ๆมีการพัฒนาให้มีความสามารถในการกำหนดให้เนื้อหาเอกสารเป็นแบบ reflow able ได้ ส่วน .chm นั้น จะจำกัดการแสดงผลเพียงแค่บนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการตระกูลไมโครซอฟต์ หรือต้องติดตั้งโปรแกรมเสริมสำหรับเปิดอ่านเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้ใช้ รูปแบบที่เรียกว่า EPub 
               EPub format มีชื่อจริงว่า Electronic Publication ซึ่งเป็นมาตรฐาน e-Book แบบเปิด รูปแบบของหนังสือนั่นจะไม่คงที่ (reflow able) ซึ่งเป็นแฟ้มบีบอัดคล้าย .zip พัฒนาโดย The International Digital Publishing Forum (IDPF) ประกอบด้วยมาตรฐาน 3 อย่างผสมผสานกัน ได้แก่ Open Publication Structure (OPS), Open Packaging Format (OPF) และ Open Container Format (OCF) มาตรฐานของ e-Book ชุดนี้ช่วยให้เราสามารถแปลงเอกสาร Word, PDF, HTML และ Text File เป็นฟอร์แมตที่สามารถนำเสนอผ่าน Reader ทั้งที่เป็น Application และ Reader อื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น Sony Reader เนื้อหาที่พัฒนาด้วยมาตรฐาน ePub อยู่ในฟอร์แมต XML ที่มีส่วนขยายเป็น .epub และควบคุมการนำเสนอผลด้วย CSS

        ลักษณะเด่นของ EPub format คือ
        • เป็นระบบเปิด (Open)
        • มีอิสระ (Free) ในการจัดการสิ่งต่างๆ
        • เนื้อหาตัวอักษรสามารถตัดคำ (Word Wrap) และสามารถปรับขนาดตัวอักษรได้
        • สามารถนำภาพทั้งแบบ Bitmap และ Vector ผสมไปกับเนื้อหาได้
        • รองรับ DRM - Digital Right Management
        • รองรับการฝั่ง Metadate
        รายการอ้างอิง
          availble:http://y29.wikidot.com/epub-format-e-book visited: 10/07/54 13.04

        คุณสมบัติ E-Book Reader
        • ค้นภายในเนื้อหา (inside search,keyword searching)
        • บันทึกข้อความ (note-taking)
        • คัดลอกและวาง (copying and pasting)
        • บรรณานุกรม (dictionary capabilities)
        • เน้นข้อความและเพิ่มเติมข้อความ 
        • ปรับขยายตำแหน่ง
        • อ่านออกเสียงได้
        • เชื่อมโยง (hyper link)
        • ต่ออินเทอร์เน็ต (internet)
        • ดีต่อสิ่งแวดล้อม
        รูปแบบการสร้างสื่อสิ่งพิมพ์
        1. การเรียบเรียง creation
        2. ปรับปรุง Editing
        3. เตรียมพิมพ์ Pre-pres
        4. จัดพิมพ์ Printing
        5. การนำออก Distribution
        6. ขาย sale ส่ง Delivery
        7. ผู้ซื้อ Consumtion

        วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

        ภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA

        สรุปเรื่อง ภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA (06/07/54)

        ภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA

               มหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลกได้มีการออกภารกิจการจัดทำเอกสาร OA ขึ้นรวมทั้งหมด 146 แห่ง เป็น หน่วยงาน รัฐบาลจำนวน 30 หน่วยงาน องค์กรผู้ให้ทุนอื่นๆ 46 แห่ง และองค์กรการวิจัย 75 แห่ง รวมทั้งสิ้น 276 แห่ง

        ภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA ของคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มีดังนี้
        1. เจ้าของผลงานสามารถอัฟโหลดไฟล์ในคลังจัดเก็บเอกสารในสถาบันนั้นๆได้
        2. ทางมหาวิทบาลัยมีการประเมินคุณภาพของบทความ
        3. สำหรับการทำบทความ หรือผลงานทางวิชาการเป็นวารสารออนไลน์ บทความอาจจะไม่สามารถเผยแพร่ได้ในทันที แต่จะได้รับการเผยแพร่บทความ ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
        4. ผลงานต้นฉบับที่เจ้าของทำการเผยแพร่ก่อนหน้าที่จะมีการตีพิมพ์ลงในวารสารจะไม่สามารถทำการแก้ไขใดๆได้อีก
         ภารกิจในการทำเอกสาร OA ของมหาวิทยาลัย เซาท์แทมตัน มีรายละเอียดดังนี้
        • เอกสารที่เป็นผลงานวิจัยระดับสูง ที่จัดทำขึ้นโดยผู้เชียวชาญ นักศึกษาปริญญาโท จะต้องนำไปเก็บในคลังจัดเก็บเอกสารในประเทศออสเตรเลีย

        Gold OA : OA Journal

        สรุปเรื่อง Gold OA : OA Journal (06/07/54)

        Gold OA : OA Journal 

        Gold OA : OA Journal วารสาร หรือ บทความ ที่เผยแพร่บทความ บนเว็บไซต์สาธารณะทั่วไป ที่ให้บริการในรูปแบบออนไลน์ โดยตัวผู้แต่งเองจะเป็นผู้ดำเนินการ และมีการดำเนินการจัดการเอง

        ลักษณะของ OA Journal

            1. เป็นวารสารบทความทางวิชาการ
            2. มีคุณภาพ ลักษณะเหมือนวารสารทั่วไป เช่น editorial oversight and copy editing เป็นต้น
            3. เป็นบทความดิจิทอล ( digital )
            4. ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าถึง และใช้บริการ
            5. ผู้แต่งยังคงมีสิทธิ์ในตัวบทความนั้นอยู่
            6. ผู้แต่งสามารถใช้ CC หรือ licenses อื่น ๆ ได้ 

        OA Journal publishers - types

           1. Born OA Publishers 
        • วารสารที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่มาก่อน
           2. Conventional Publishers  
        •   วารสารเชิงพาณิชย์
           3. Non-Traditional Publishers 
        • วารสารที่จัดทำขึ้นโดยไม่หวังผลกำไร

        วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

        Implementing open access

        สรุป Implementing open access (29/06/54)

        Implementing open access
         
        l     OA Self-archiving ('green' OA)
        -          ตีพิมพ์ในวารสารของสำนักพิมพ์ทั่วไป แต่ผู้เขียนมีสิทธิ์นำบทความมาจัดเก็บไว้ใน author's homepage หรือ institutional repository เพื่อนำไปเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตต่อได้ 
            Open Access Publishing 
                หรือเรียกว่าเป็นถนนสีทอง (Gold) ที่นำสู่ OA หมายถึงวารสารที่ เปิดให้เข้าถึงบทความในเล่มอย่างอิสระทันทีที่ส่งตีพิมพ์ ตัวอย่าง เช่น Public Library of Science PLoS เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการจัดพิมพ์สิ่งพิมพ์ วิชาการรูปแบบเดิมจาก การพิมพ์กระดาษ สู่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 
           Open Access Self – Archiving 
              หรือเรียกว่าเป็นถนนสีเขียว (Green) หมายถึงบริการที่ นำเข้าถึงวารสาร OA ที่ผู้แต่งบทความทำสำเนาบทความของตนเองให้เข้าถึงได้อย่างอิสระ หรือเรียกกันว่า คลังความรู้องค์กร (Subject / Institutional Repository ซึ่งเกิดในราวปี ค. ศ. 1994

        วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

        Public domain

        สรุปเรื่อง Public domain (25/06/54)

        Public domain

              Public domain หมายถึง กลุ่มของงานสร้างสรรค์ที่เป็นของสาธารณะ หรือเป็นสาธารณสมบัติ (public property) ไม่มีลิขสิทธิ์ (without copyright protection) ไม่มีเจ้าของส่วนบุคคล (without proprietary interest) ทุกคนจึงสามารถใช้ได้ ไม่ว่าเพื่อวัตุประสงค์ใด กลุ่มงานสร้างสรรค์ที่เป็นสมบัติสาธารณะ นี้ อาจเกิดจาก  
             1. ไม่มีกฎหมายคุ้มครองให้ผู้สร้างงานนั้น มีสิทธิตั้งแต่แรก เช่น พระราชบัญญัติต่างๆ ข่าว ฯลฯ  
             2. มีกฎหมายคุ้มครอง แต่เมื่อเวลาคุ้มครองนั้น ได้ล่วงพ้นไป  
             3. ผู้เป็นเจ้าของสิทธิ สละงานนั้นให้เป็นสาธารณสมบัติ

        Preprint
             เ็ป็นเอกสารก่อนการจัดพิมพ์ซึ่งถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของดิจิทัลมักจะนำไปเก็บอยู่ในเซิฟเวอร์ของคลังสาสนเทศสถาบันนั้นๆเพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่และสามารถจัดพิมพ์ทัรพยากรสารสนเทศได้เรื่อยๆ เพื่อที่จะให้สำนักพิมพ์ได้ใช้บทความไประยะหนึ่งก่อนคืนลืขสิทธิ์มาให้ผู้เขียนหนังสือ

        Postprint
            เป็นเอกสารฉบับสมบูรณ์ที่จะใช้ในการพิมพ์ อาจจะเป็นฉบับที่สำนักพิมพ์หรือฉบับปรับปรุงจาก preprint ทีผู้เชียนทำการปรับปรุงระหว่างการได้รับการประเมินคุณภาพและอยู่ในระหว่างการตีพิมพ์

        Gray literature
            หมายถึงเอกสารที่ไม่ได้มีการตีพิมพ์โดยทั่วไป (หนังสือวารสาร) เช่น รายงานของหน่วยงาน หรือรายงานวิชาการ เอกสารการทำงาน (Working papers) เอกสารทางธุรกิจ (ฺีBusiness documents) หรือเอกสารอื่นๆที่มีการควบคุมคุณภาพโดยมีการพิจารณาก่อนตีพิมพ์

        White paper
               คือบทความที่บุคคล หรือกลุ่มที่มีความเชียวชาญด้านนั้นๆได้นำเสนอเพื่ออธิบายผลของการพัฒนาขององค์นั้นๆ

        วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

        ลิขสิทธิ์ของ Open Access

        สรุป  ลิขสิทธิ์ของ Open Access (20/06/54)

        ลิขสิทธ์ของ Open access
        • เหตุผลที่จำเป็นต้องมีกฏหมายให้ความคุ้มครองบทความประเภทนี้เนื่องจากว่า ผู้คิดจะต้องใช้ความพยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำขึ้นมา
        อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์

        มาตรา 19 ภายใต้บังคับมาตรา 21 และมาตรา 22
        ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ในกรณีที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วมลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย
        ถ้าผู้สร้างสรรค์หรือผู้สร้างสรรค์ร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่ได้มีการโฆษณางานนั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปี นับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

        ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

        มาตรา 20 งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

        ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ให้นำมาตรา 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลมมาตรา 21 ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ให้มีอายุ ห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก


        มาตรา 22 ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์ ให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้สร้างสรรค์ งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มี อายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

        มาตรา 23 ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมตามมาตรา 14 ให้มีอายุห้าสิบปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

        ข้อยกเว้นในการละเมิดลิขสิทธิ์(Fair use)
              ข้อยกเว้นในการละเมิดลิขสิทธิ์ (Fair use)แม้กฎหมายลิขสิทธิ์จะกำหนดสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ในการกระทำใดๆ อันเกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ตน แต่กฎหมายยังเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นๆ ได้เข้าถึงงานลิขสิทธิ์ของผู้อื่นได้โดยไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเรียกว่า “Fair use” หรือ “การใช้อย่างเป็นธรรม” หรือเป็นข้อยกเว้นในการละเมิดลิขสิทธิ์ ข้อยกเว้นการกระทำที่ไม่เป็นการละเมิดมีหลักการใหญ่ๆคือ 
        1. จะต้องมีวัตถุประสงค์ที่สุจริต ไม่เป็นการแสวงหากำไร
        2. ต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์
        3. ต้องไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิ์อันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร
        Available:http://www.teca.co.th/Download/exception_piracy.pdf visited 21/06/54 13.15
           
          Creative Common: CC

                          Creative Commons: CC คือ สัญญาอนุญาตนี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อขยายขอบข่ายของการใช้สื่อต่างๆ ให้กว้างขึ้นโดยไม่จำกัดที่สัญญาอนุญาตของสื่อนั้นๆ สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ จะเอื้อให้มีการใช้สื่อทั้งทางภาพ เสียง ข้อมูล โดยการแบ่งแยกสัญญาอนุญาตย่อยออกสำหรับการแจกจ่ายและการใช้ข้อมูล โดยการอ้างอิงถึงเจ้าของลิขสิทธิ์เดิม
          ครีเอทีฟคอมมอนส์ก่อตั้งโดย  ลอว์เรนซ์ เลสสิก ซึ่งปัจจุบันบริหารงานโดย โจอิจิ อิโต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถให้สิทธิบางส่วนหรือทั้งหมดแก่สาธารณะ ในขณะที่ยังคงสงวนสิทธิอื่นๆไว้ได้ โดยการใช้สัญญาอนุญาตหลายหลากรูปแบบ ซึ่งรวมถึง การยกให้เป็นสาธารณสมบัติหรือสัญญาอนุญาตแบบเปิดทั้งหลาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาลิขสิทธิ์ต่อการแบ่งปันสารสนเทศ ในส่วนของครีเอทีฟคอมอนส์ประเทศไทย อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย, 2550)

          การกำหนดเงื่อนไข ของ Creative Commons
                          การกำหนดเงื่อนไขหลักของ Creative Commons มีอยู่ 6 เงื่อนไข (Katz, 2006) ดังนี้
          1.   เงื่อนไขแบบแสดงที่มา (Attribution) หรือ “by”ผู้เผยแพร่ต่อสามารถนำไปเผยแพร่ ทำสำเนาแจกจ่ายและดัดแปลงได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของสารสนเทศนั้น แต่จะต้องระบุที่มาของสารสนเทศนั้น ตามที่ผู้สร้างสรรค์หรือผู้อนุญาตกำหนด

          2.   แสดงที่มา และไม่ใช้เพื่อการค้า (Attribution-Noncommercial)หรือ “by-nc” เงื่อนไขนี้ผู้ที่จะนำไปเผยแพร่ต่อสามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เจ้าของลิขสิทธิ์ แต่จะต้องไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า
          3.   แสดงที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า และไม่แก้ไขต้นฉบับ (Attribution-Noncommercial -No Derivative Works) หรือ “by-nc-nd”  เงื่อนไขนี้อนุญาตให้ทุกคนทำซ้ำและเผยแพร่สารสนเทศนั้นได้ ตราบใดที่ไม่ดัดแปลงหรือตัดต่อสารสนเทศดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงที่มา
          4.   แสดงที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า และใช้อนุญาตแบบเดียวกัน (Attribution-Noncommercial- Share Alike) หรือ “” หากมีการนำผลงานไปดัดแปลง ปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมงาน จะต้องใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันหรือแบบที่เหมือนกับงานนี้เท่านั้น           รวมถึงต้องระบุแหล่งที่มาของงาน และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าด้วย
          5. แสดงที่มาและไม่ดัดแปลง (Attribution-No Derivative Works) หรือ “by-nd” ภายใต้เงื่อนไขนี้ ผู้นำไปเผยแพร่สามารถทำสำเนา แจกจ่าย และเผยแพร่งานนี้ต่อไปได้ แต่ไม่สามารถดัดแปลงงานได้ และจะต้องแสดงที่มาของงานนี้  
          6.แสดงที่มาและอนุญาตแบบเดียวกัน (Attribution- Share Alike) หรือ “by-sa” ผู้เผยแพร่สามารถทำสำเนา แจกจ่าย และดัดแปลงงานดังกล่าวได้ แต่หากจะต้องดัดแปลงจะต้องใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกัน หรือแบบที่เหมือนกับหรือที่เข้ากันได้กับสัญญาอนุญาตที่ใช้กับงานนี้เท่านั้น 
          สาธารณสมบัติ (Public Domain)
          ในกรณีที่ต้องการให้ผลงานนั้นปราศจากเงื่อนไขใดๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบผลงานให้กับสาธารณะผ่านทางครีเอทีฟคอมมอนส์ สามารถทำได้โดยการ ประกาศผลงานชิ้นนั้นให้เป็น Public domain หรือ สมบัติสาธารณะโดยภายใต้สัญลักษณ์ คำว่า pd   ซึ่งหมายความว่า ไม่ขอสงวนลิขสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น 
           สารณสมบัติ Public Domain ภายใต้กฏหมายไทย
          ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้กำหนดไว้ว่า ลิขสิทธิ์จะคงอยู่หลังจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียชีวิต และนับไปอีก 50 ปี แต่ในกรณีไม่ปรากฏผู้สร้างสรรค์ผลงาน การสิ้นสุดลิขสิทธิ์จะคงอยู่ 50 ปีนับจากวันที่ตีพิมพ์ ส่วนงานที่เป็น ประยุกต์ศิลป์ ซึ่งหมายถึง งานที่ประกอบด้วยผลงานศิลปะประเภทต่างๆ เช่น รูปวาด รูปภาพ รูปปั้น ภาพพิมพ์ สถาปัตยกรรม ภาพถ่าย โครงร่าง และแบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้ ผลงานประยุกต์ศิลป์ มีอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ 25 ปีหลังจากตีพิมพ์ การตีพิมพ์ใหม่ไม่เป็นการยืดอายุการคุ้มครองงาน สิ่งพิมพ์รัฐบาลเป็นสาธารณสมบัติ แต่งานที่สร้างสรรค์หรือผลิตโดยหน่วยงานของรัฐบาลจะมีการคุ้มครองลิขสิทธิ์  ทั้งนี้ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองลิขสิทธิ์แล้ว ผลงานต่างๆ จะถือเป็น สาธารณสมบัติ (Public domain) ของประเทศไทย และอยู่ในการดูแลของรัฐบาลไทย สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของ หรือทายาทเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ คนไทยสามารถนำไปทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์

          ผลกระทบลิขสิทธิ์ต่องานบริการ
           
           งานยืม-คืน  (Circulation Service) ในส่วนของงานบริการยืม-คืนนั้น จะกล่าวรวมไปถึง การให้บริการหนังสือสำรอง การให้บริการยืมระหว่างห้องสมุด (Inter Library Loan) ในการทำซ้ำเพื่อให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการส่งทาง E-mail หรือการให้บริการผ่านเครื่องมือ Library 2.0 เช่น การให้บริการผ่าน Wiki เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ แต่ในทางกลับกันการให้บริการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใช้ในการศึกษาค้นคว้า โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และแสวงหาผลกำไร ก็ไม่ถือว่าขัดกับกฎหมายลิขสิทธิ์ แต่อย่างใด
           งานบริการโสตทัศนวัสดุและอุปกรณ์ (Audio – Visual Service) ให้บริการโสตทัศนวัสดุ เช่น ภาพนิ่ง วัสดุย่อส่วน ภาพยนตร์ รูปภาพ แผนที่ แผนภูมิ แผนที่ เทปบันทึกเสียง แผ่นเสียง เป็นต้น รวมไปถึงการจัดฉายสื่อโสตทัศนวัสดุอีกด้วย ทั้งนี้ โสตทัศนวัสดุอาจได้มาโดยการจัดซื้อ จัดหา ห้องสมุดหรือศูนย์สารสนเทศนั้นจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สื่อโสตทัศนวัสดุนั้น ส่วนลิขสิทธิ์ก็ยังคงเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่เช่นเดิม ที่ผู้อื่นจะละเมิดมิได้ หรือ การผลิตสื่อโสตทัศน์ขึ้นเอง ซึ่งจะทำให้ห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศนั้นมีฐานะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สื่อโสตทัศน์ชิ้นนั้น  เช่น วิดิทัศน์แนะนำห้องสมุด แนะนำการบริการ เป็นต้น และเมื่อนำ library 2.0 มาใช้ในงานบริการสื่อโสตทัศนวัสดุ ผู้ให้บริการก็สามารถอัพโหลด สื่อโสตทัศนวัสดุ เพื่อเผยแพร่ต่อผู้ใช้ได้ ทั้งนี้การนำโสตทัศนวัสดุ มาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่สื่อที่ผลิตขึ้นเอง จะต้องแสดงที่มาของโสตทัศนวัสดุนั้น เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ รวมไปถึงตรวจสอบสิทธิในการเผยแพร่ของสื่อโสตทัศนวัสดุนั้นก่อนการให้บริการด้วย 
          ผลกระทบลิขสิทธิ์ต่อผู้ใช้
                           ผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการของห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศทุกแห่ง ผู้ใช้เป็นผู้ขับเคลื่อนการดำเนินงานทุกอย่างภายในห้องสมุด ดังนั้นห้องสมุดจึงต้องพัฒนาบริการที่จะตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ โดยให้ความสะดวก รวดเร็ว และลดข้อจำกัดในการเข้าถึงสารสนเทศ จากบทบาทที่เปลี่ยนไปของห้องสมุดจึงทำให้บทบาท สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมผู้ใช้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่ด้วยความสามรถของเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ผู้ใช้สามารถให้ แลกเปลี่ยน และแสดงความคิดเห็นได้ 
          availble: is49evolution.files.wordpress.com/2010/02/copyright.docvisited (21/06/54) 13.52


          วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

          Open Access

          สรุป Open Access (16/06/54)

          Open Access
                       Open Access Literatures หมายถึง แหล่งเอกสารวิชาการแบบดิจิทัล ที่มีการเผยแพร่ (Alailability) ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแบบออนไลน์ ได้แบบเสรี / ฟรี โดยไม่มีข้อจำกัดจากระบบลิขสิทธิ์ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาเฉพาะทาง คือสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ (Peer Reviewed) ทั้งนี้รวมถึงบทความวิจัยในวารสารวิชาการที่รู้จักแพร่หลาย    การ ก่อตั้ง Open Access มีปรัชญา นโยบาย และ การปฏิบัติ สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บริการอย่างเสรีในการเข้า ถึงวรรณกรรมวิชาการในสาขาต่างๆ ที่บริการบน อินเทอร์เน็ต มีแรงกระตุ้นและผลักดันอย่างมากมายทำให้เกิดความพยายามร่วมกันในระดับนานาชาติ

          ซึ่งในช่วงเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา ห้องสมุดทั่วโลกโดยเฉพาะห้องสมุดในประเทศกำลังพัฒนา ประสบปัญหาเรื่องงบประมาณที่มีจำกัดในการบอกรับวารสารวิชาการที่มีราคาสูง เนื่องจากแนวโน้มราคาวารสารวิชาการมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะวารสารวิชาการในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ ห้องสมุดในฐานะที่อยู่ต้นทางในการให้บริการแก่ผู้ใช้ จำเป็นต้องคำนึงถึงวิธีการกำหนดนโยบาย และมาตรการ เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้กระแสวารสารที่เข้าถึงได้แบบเปิด (Open Access) กำลังได้รับความสนใจและมีบทบาทสำคัญมาก จากผู้ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะวิกฤติของวารสารวิชาการนั่นเอง
          Open Access (OA) หมายถึง เอกสารวิชาการแบบดิจิทัล ที่มีการเผยแพร่ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแบบออนไลน์ได้แบบเสรี (ฟรี)
                          ประเภทของ Open Access
          1. Open Access Publishing หรือเรียกว่าเป็นถนนสีทอง (Gold OA) ที่นำสู่ OA หมายถึง วารสารที่เปิดให้เข้าถึงบทความในเล่มอย่างอิสระทันทีที่ส่งตีพิมพ์
          2. Open Access Self-Archiving หรือ เรียกว่าเป็นถนนสีเขียว (Green OA) หมายถึง วารสารที่ตีพิมพ์ในวารสารของสำนักพิมพ์ทั่วไป แต่ผู้เขียนมีสิทธินำบทความมาจัดเก็บไว้ในเว็บไซต์ของตนเอง หรือ คลังความรู้องค์กร (Institutional Repository) เพื่อนำไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตต่อได้
          ลักษณะของ OA
          1. Truly OA หมายถึง ให้ใช้บทความออนไลน์ได้ฟรีทันทีที่พิมพ์ ให้ผู้เขียนบทความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้เผยแพร่บทความออนไลน์ได้โดยไม่มีข้อจำกัด
          2. Delay OA หมายถึง ให้ใช้บทความออนไลน์ได้ฟรี เฉพาะฉบับย้อนหลัง (Free back issues) หลังจากตีพิมพ์ไปแล้ว
          3. Dual-mode OA หมายถึง วารสารชื่อเดียวกัน มีทั้ง Print Subscription และ OA Edition4. Hybrid OA หมายถึง ภายในวารสารฉบับเดียวกัน มีทั้งบทความ OA และ Non-OA5. Partial OA หมายถึง OA เฉพาะบางบทความ (มักเป็นการโฆษณาของสำนักพิมพ์)6. Low-income OA หมายถึง OA เฉพาะประเทศในกลุ่ม Low-income economies โดยให้บริการวารสารผ่านโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น Hinari, AGORA
           รายการอ้างอิง
          Available: http://www.stks.or.th/web/index.php?option=com_content&task=view&id=590&Itemid=132 Visited : 16/06/54 14.40

          วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

          Institutional Repository

          009304 วันที่ 13/06/54
                        Institutional Repository คือ คลังเก็บทรัพยากรสารสนเทศระดับสถาบัน อยู่ในรูปแบบของดิจิทัล ซึ่งมีการรวบรวม และมีการจัดทำดัชนีที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งสามารถสืบค้นทรัยกรสารสนเทศเหล่านั้นได้ เป็นการบริการในการจัดการและเผยแพร่งานในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งผู้ใช้ภายในและภายนอกสามารถเข้าถึงได้ งานบริการเหล่านี้ยังรวมไปถึงสิ่งพิมพ์ที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ ซึ่งในปัจจุบันสิ่งพิมพ์เหล่านี้มีจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบรรณารักษ์ที่จะรวบรวมและจัดเก็บ จึงสมควรได้รับการจัดเก็บ และเผยแพร่สิ่งเหล่านี้ในรูปแบบของดิจิทัล ซึ่งสามารถเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ในระยะยาว ซึ่งจะทำให้สามารถเผยแพร่และตรงตามความต้องการต่อผู้ใช้ได้ในอนาคต

          ประโยชน์
          1. ทำให้เกิดระบบการรวบรวม สงวนรักษา และเผยแพร่เนื้อหาทางวิชาการ
          2. เป็นเสมือนตัวชี้วัดของคุณภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย โดยมุ่งที่รวมเอางานทางปัญญาของ      มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย มาไว้ในที่เดียวกัน และสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก
          3. เป็นการสงวนรักษาทรัพย์สินทางปัญญาในรูปดิจิทัล
          4. เป็นเสมือนพื้นฐานของกระบวนทัศน์ใหม่ในการพิมพ์ผลงานทางวิชาการ
          5. เป็นการสื่อสารทางวิชาการ (scholarly communication)
          6. เป็นการจัดการความรู้
          7. เป็นการสนับสนุนเรื่องการเข้าถึงโดยเสรี


          รายการอ้างอิง 
           Available: http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/484-institutional-repositoryVisited: 13/06/2011 21.20