วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Implementing open access

สรุป Implementing open access (29/06/54)

Implementing open access
 
l     OA Self-archiving ('green' OA)
-          ตีพิมพ์ในวารสารของสำนักพิมพ์ทั่วไป แต่ผู้เขียนมีสิทธิ์นำบทความมาจัดเก็บไว้ใน author's homepage หรือ institutional repository เพื่อนำไปเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตต่อได้ 
    Open Access Publishing 
        หรือเรียกว่าเป็นถนนสีทอง (Gold) ที่นำสู่ OA หมายถึงวารสารที่ เปิดให้เข้าถึงบทความในเล่มอย่างอิสระทันทีที่ส่งตีพิมพ์ ตัวอย่าง เช่น Public Library of Science PLoS เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการจัดพิมพ์สิ่งพิมพ์ วิชาการรูปแบบเดิมจาก การพิมพ์กระดาษ สู่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 
   Open Access Self – Archiving 
      หรือเรียกว่าเป็นถนนสีเขียว (Green) หมายถึงบริการที่ นำเข้าถึงวารสาร OA ที่ผู้แต่งบทความทำสำเนาบทความของตนเองให้เข้าถึงได้อย่างอิสระ หรือเรียกกันว่า คลังความรู้องค์กร (Subject / Institutional Repository ซึ่งเกิดในราวปี ค. ศ. 1994

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Public domain

สรุปเรื่อง Public domain (25/06/54)

Public domain

      Public domain หมายถึง กลุ่มของงานสร้างสรรค์ที่เป็นของสาธารณะ หรือเป็นสาธารณสมบัติ (public property) ไม่มีลิขสิทธิ์ (without copyright protection) ไม่มีเจ้าของส่วนบุคคล (without proprietary interest) ทุกคนจึงสามารถใช้ได้ ไม่ว่าเพื่อวัตุประสงค์ใด กลุ่มงานสร้างสรรค์ที่เป็นสมบัติสาธารณะ นี้ อาจเกิดจาก  
     1. ไม่มีกฎหมายคุ้มครองให้ผู้สร้างงานนั้น มีสิทธิตั้งแต่แรก เช่น พระราชบัญญัติต่างๆ ข่าว ฯลฯ  
     2. มีกฎหมายคุ้มครอง แต่เมื่อเวลาคุ้มครองนั้น ได้ล่วงพ้นไป  
     3. ผู้เป็นเจ้าของสิทธิ สละงานนั้นให้เป็นสาธารณสมบัติ

Preprint
     เ็ป็นเอกสารก่อนการจัดพิมพ์ซึ่งถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของดิจิทัลมักจะนำไปเก็บอยู่ในเซิฟเวอร์ของคลังสาสนเทศสถาบันนั้นๆเพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่และสามารถจัดพิมพ์ทัรพยากรสารสนเทศได้เรื่อยๆ เพื่อที่จะให้สำนักพิมพ์ได้ใช้บทความไประยะหนึ่งก่อนคืนลืขสิทธิ์มาให้ผู้เขียนหนังสือ

Postprint
    เป็นเอกสารฉบับสมบูรณ์ที่จะใช้ในการพิมพ์ อาจจะเป็นฉบับที่สำนักพิมพ์หรือฉบับปรับปรุงจาก preprint ทีผู้เชียนทำการปรับปรุงระหว่างการได้รับการประเมินคุณภาพและอยู่ในระหว่างการตีพิมพ์

Gray literature
    หมายถึงเอกสารที่ไม่ได้มีการตีพิมพ์โดยทั่วไป (หนังสือวารสาร) เช่น รายงานของหน่วยงาน หรือรายงานวิชาการ เอกสารการทำงาน (Working papers) เอกสารทางธุรกิจ (ฺีBusiness documents) หรือเอกสารอื่นๆที่มีการควบคุมคุณภาพโดยมีการพิจารณาก่อนตีพิมพ์

White paper
       คือบทความที่บุคคล หรือกลุ่มที่มีความเชียวชาญด้านนั้นๆได้นำเสนอเพื่ออธิบายผลของการพัฒนาขององค์นั้นๆ

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ลิขสิทธิ์ของ Open Access

สรุป  ลิขสิทธิ์ของ Open Access (20/06/54)

ลิขสิทธ์ของ Open access
  • เหตุผลที่จำเป็นต้องมีกฏหมายให้ความคุ้มครองบทความประเภทนี้เนื่องจากว่า ผู้คิดจะต้องใช้ความพยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำขึ้นมา
อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์

มาตรา 19 ภายใต้บังคับมาตรา 21 และมาตรา 22
ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ในกรณีที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วมลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย
ถ้าผู้สร้างสรรค์หรือผู้สร้างสรรค์ร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่ได้มีการโฆษณางานนั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปี นับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

มาตรา 20 งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ให้นำมาตรา 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลมมาตรา 21 ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ให้มีอายุ ห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก


มาตรา 22 ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์ ให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้สร้างสรรค์ งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มี อายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

มาตรา 23 ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมตามมาตรา 14 ให้มีอายุห้าสิบปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

ข้อยกเว้นในการละเมิดลิขสิทธิ์(Fair use)
      ข้อยกเว้นในการละเมิดลิขสิทธิ์ (Fair use)แม้กฎหมายลิขสิทธิ์จะกำหนดสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ในการกระทำใดๆ อันเกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ตน แต่กฎหมายยังเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นๆ ได้เข้าถึงงานลิขสิทธิ์ของผู้อื่นได้โดยไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเรียกว่า “Fair use” หรือ “การใช้อย่างเป็นธรรม” หรือเป็นข้อยกเว้นในการละเมิดลิขสิทธิ์ ข้อยกเว้นการกระทำที่ไม่เป็นการละเมิดมีหลักการใหญ่ๆคือ 
  1. จะต้องมีวัตถุประสงค์ที่สุจริต ไม่เป็นการแสวงหากำไร
  2. ต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์
  3. ต้องไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิ์อันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร
Available:http://www.teca.co.th/Download/exception_piracy.pdf visited 21/06/54 13.15
     
    Creative Common: CC

                    Creative Commons: CC คือ สัญญาอนุญาตนี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อขยายขอบข่ายของการใช้สื่อต่างๆ ให้กว้างขึ้นโดยไม่จำกัดที่สัญญาอนุญาตของสื่อนั้นๆ สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ จะเอื้อให้มีการใช้สื่อทั้งทางภาพ เสียง ข้อมูล โดยการแบ่งแยกสัญญาอนุญาตย่อยออกสำหรับการแจกจ่ายและการใช้ข้อมูล โดยการอ้างอิงถึงเจ้าของลิขสิทธิ์เดิม
    ครีเอทีฟคอมมอนส์ก่อตั้งโดย  ลอว์เรนซ์ เลสสิก ซึ่งปัจจุบันบริหารงานโดย โจอิจิ อิโต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถให้สิทธิบางส่วนหรือทั้งหมดแก่สาธารณะ ในขณะที่ยังคงสงวนสิทธิอื่นๆไว้ได้ โดยการใช้สัญญาอนุญาตหลายหลากรูปแบบ ซึ่งรวมถึง การยกให้เป็นสาธารณสมบัติหรือสัญญาอนุญาตแบบเปิดทั้งหลาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาลิขสิทธิ์ต่อการแบ่งปันสารสนเทศ ในส่วนของครีเอทีฟคอมอนส์ประเทศไทย อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย, 2550)

    การกำหนดเงื่อนไข ของ Creative Commons
                    การกำหนดเงื่อนไขหลักของ Creative Commons มีอยู่ 6 เงื่อนไข (Katz, 2006) ดังนี้
    1.   เงื่อนไขแบบแสดงที่มา (Attribution) หรือ “by”ผู้เผยแพร่ต่อสามารถนำไปเผยแพร่ ทำสำเนาแจกจ่ายและดัดแปลงได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของสารสนเทศนั้น แต่จะต้องระบุที่มาของสารสนเทศนั้น ตามที่ผู้สร้างสรรค์หรือผู้อนุญาตกำหนด

    2.   แสดงที่มา และไม่ใช้เพื่อการค้า (Attribution-Noncommercial)หรือ “by-nc” เงื่อนไขนี้ผู้ที่จะนำไปเผยแพร่ต่อสามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เจ้าของลิขสิทธิ์ แต่จะต้องไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า
    3.   แสดงที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า และไม่แก้ไขต้นฉบับ (Attribution-Noncommercial -No Derivative Works) หรือ “by-nc-nd”  เงื่อนไขนี้อนุญาตให้ทุกคนทำซ้ำและเผยแพร่สารสนเทศนั้นได้ ตราบใดที่ไม่ดัดแปลงหรือตัดต่อสารสนเทศดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงที่มา
    4.   แสดงที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า และใช้อนุญาตแบบเดียวกัน (Attribution-Noncommercial- Share Alike) หรือ “” หากมีการนำผลงานไปดัดแปลง ปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมงาน จะต้องใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันหรือแบบที่เหมือนกับงานนี้เท่านั้น           รวมถึงต้องระบุแหล่งที่มาของงาน และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าด้วย
    5. แสดงที่มาและไม่ดัดแปลง (Attribution-No Derivative Works) หรือ “by-nd” ภายใต้เงื่อนไขนี้ ผู้นำไปเผยแพร่สามารถทำสำเนา แจกจ่าย และเผยแพร่งานนี้ต่อไปได้ แต่ไม่สามารถดัดแปลงงานได้ และจะต้องแสดงที่มาของงานนี้  
    6.แสดงที่มาและอนุญาตแบบเดียวกัน (Attribution- Share Alike) หรือ “by-sa” ผู้เผยแพร่สามารถทำสำเนา แจกจ่าย และดัดแปลงงานดังกล่าวได้ แต่หากจะต้องดัดแปลงจะต้องใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกัน หรือแบบที่เหมือนกับหรือที่เข้ากันได้กับสัญญาอนุญาตที่ใช้กับงานนี้เท่านั้น 
    สาธารณสมบัติ (Public Domain)
    ในกรณีที่ต้องการให้ผลงานนั้นปราศจากเงื่อนไขใดๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบผลงานให้กับสาธารณะผ่านทางครีเอทีฟคอมมอนส์ สามารถทำได้โดยการ ประกาศผลงานชิ้นนั้นให้เป็น Public domain หรือ สมบัติสาธารณะโดยภายใต้สัญลักษณ์ คำว่า pd   ซึ่งหมายความว่า ไม่ขอสงวนลิขสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น 
     สารณสมบัติ Public Domain ภายใต้กฏหมายไทย
    ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้กำหนดไว้ว่า ลิขสิทธิ์จะคงอยู่หลังจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียชีวิต และนับไปอีก 50 ปี แต่ในกรณีไม่ปรากฏผู้สร้างสรรค์ผลงาน การสิ้นสุดลิขสิทธิ์จะคงอยู่ 50 ปีนับจากวันที่ตีพิมพ์ ส่วนงานที่เป็น ประยุกต์ศิลป์ ซึ่งหมายถึง งานที่ประกอบด้วยผลงานศิลปะประเภทต่างๆ เช่น รูปวาด รูปภาพ รูปปั้น ภาพพิมพ์ สถาปัตยกรรม ภาพถ่าย โครงร่าง และแบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้ ผลงานประยุกต์ศิลป์ มีอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ 25 ปีหลังจากตีพิมพ์ การตีพิมพ์ใหม่ไม่เป็นการยืดอายุการคุ้มครองงาน สิ่งพิมพ์รัฐบาลเป็นสาธารณสมบัติ แต่งานที่สร้างสรรค์หรือผลิตโดยหน่วยงานของรัฐบาลจะมีการคุ้มครองลิขสิทธิ์  ทั้งนี้ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองลิขสิทธิ์แล้ว ผลงานต่างๆ จะถือเป็น สาธารณสมบัติ (Public domain) ของประเทศไทย และอยู่ในการดูแลของรัฐบาลไทย สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของ หรือทายาทเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ คนไทยสามารถนำไปทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์

    ผลกระทบลิขสิทธิ์ต่องานบริการ
     
     งานยืม-คืน  (Circulation Service) ในส่วนของงานบริการยืม-คืนนั้น จะกล่าวรวมไปถึง การให้บริการหนังสือสำรอง การให้บริการยืมระหว่างห้องสมุด (Inter Library Loan) ในการทำซ้ำเพื่อให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการส่งทาง E-mail หรือการให้บริการผ่านเครื่องมือ Library 2.0 เช่น การให้บริการผ่าน Wiki เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ แต่ในทางกลับกันการให้บริการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใช้ในการศึกษาค้นคว้า โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และแสวงหาผลกำไร ก็ไม่ถือว่าขัดกับกฎหมายลิขสิทธิ์ แต่อย่างใด
     งานบริการโสตทัศนวัสดุและอุปกรณ์ (Audio – Visual Service) ให้บริการโสตทัศนวัสดุ เช่น ภาพนิ่ง วัสดุย่อส่วน ภาพยนตร์ รูปภาพ แผนที่ แผนภูมิ แผนที่ เทปบันทึกเสียง แผ่นเสียง เป็นต้น รวมไปถึงการจัดฉายสื่อโสตทัศนวัสดุอีกด้วย ทั้งนี้ โสตทัศนวัสดุอาจได้มาโดยการจัดซื้อ จัดหา ห้องสมุดหรือศูนย์สารสนเทศนั้นจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สื่อโสตทัศนวัสดุนั้น ส่วนลิขสิทธิ์ก็ยังคงเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่เช่นเดิม ที่ผู้อื่นจะละเมิดมิได้ หรือ การผลิตสื่อโสตทัศน์ขึ้นเอง ซึ่งจะทำให้ห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศนั้นมีฐานะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สื่อโสตทัศน์ชิ้นนั้น  เช่น วิดิทัศน์แนะนำห้องสมุด แนะนำการบริการ เป็นต้น และเมื่อนำ library 2.0 มาใช้ในงานบริการสื่อโสตทัศนวัสดุ ผู้ให้บริการก็สามารถอัพโหลด สื่อโสตทัศนวัสดุ เพื่อเผยแพร่ต่อผู้ใช้ได้ ทั้งนี้การนำโสตทัศนวัสดุ มาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่สื่อที่ผลิตขึ้นเอง จะต้องแสดงที่มาของโสตทัศนวัสดุนั้น เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ รวมไปถึงตรวจสอบสิทธิในการเผยแพร่ของสื่อโสตทัศนวัสดุนั้นก่อนการให้บริการด้วย 
    ผลกระทบลิขสิทธิ์ต่อผู้ใช้
                     ผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการของห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศทุกแห่ง ผู้ใช้เป็นผู้ขับเคลื่อนการดำเนินงานทุกอย่างภายในห้องสมุด ดังนั้นห้องสมุดจึงต้องพัฒนาบริการที่จะตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ โดยให้ความสะดวก รวดเร็ว และลดข้อจำกัดในการเข้าถึงสารสนเทศ จากบทบาทที่เปลี่ยนไปของห้องสมุดจึงทำให้บทบาท สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมผู้ใช้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่ด้วยความสามรถของเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ผู้ใช้สามารถให้ แลกเปลี่ยน และแสดงความคิดเห็นได้ 
    availble: is49evolution.files.wordpress.com/2010/02/copyright.docvisited (21/06/54) 13.52


    วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

    Open Access

    สรุป Open Access (16/06/54)

    Open Access
                 Open Access Literatures หมายถึง แหล่งเอกสารวิชาการแบบดิจิทัล ที่มีการเผยแพร่ (Alailability) ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแบบออนไลน์ ได้แบบเสรี / ฟรี โดยไม่มีข้อจำกัดจากระบบลิขสิทธิ์ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาเฉพาะทาง คือสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ (Peer Reviewed) ทั้งนี้รวมถึงบทความวิจัยในวารสารวิชาการที่รู้จักแพร่หลาย    การ ก่อตั้ง Open Access มีปรัชญา นโยบาย และ การปฏิบัติ สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บริการอย่างเสรีในการเข้า ถึงวรรณกรรมวิชาการในสาขาต่างๆ ที่บริการบน อินเทอร์เน็ต มีแรงกระตุ้นและผลักดันอย่างมากมายทำให้เกิดความพยายามร่วมกันในระดับนานาชาติ

    ซึ่งในช่วงเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา ห้องสมุดทั่วโลกโดยเฉพาะห้องสมุดในประเทศกำลังพัฒนา ประสบปัญหาเรื่องงบประมาณที่มีจำกัดในการบอกรับวารสารวิชาการที่มีราคาสูง เนื่องจากแนวโน้มราคาวารสารวิชาการมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะวารสารวิชาการในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ ห้องสมุดในฐานะที่อยู่ต้นทางในการให้บริการแก่ผู้ใช้ จำเป็นต้องคำนึงถึงวิธีการกำหนดนโยบาย และมาตรการ เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้กระแสวารสารที่เข้าถึงได้แบบเปิด (Open Access) กำลังได้รับความสนใจและมีบทบาทสำคัญมาก จากผู้ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะวิกฤติของวารสารวิชาการนั่นเอง
    Open Access (OA) หมายถึง เอกสารวิชาการแบบดิจิทัล ที่มีการเผยแพร่ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแบบออนไลน์ได้แบบเสรี (ฟรี)
                    ประเภทของ Open Access
    1. Open Access Publishing หรือเรียกว่าเป็นถนนสีทอง (Gold OA) ที่นำสู่ OA หมายถึง วารสารที่เปิดให้เข้าถึงบทความในเล่มอย่างอิสระทันทีที่ส่งตีพิมพ์
    2. Open Access Self-Archiving หรือ เรียกว่าเป็นถนนสีเขียว (Green OA) หมายถึง วารสารที่ตีพิมพ์ในวารสารของสำนักพิมพ์ทั่วไป แต่ผู้เขียนมีสิทธินำบทความมาจัดเก็บไว้ในเว็บไซต์ของตนเอง หรือ คลังความรู้องค์กร (Institutional Repository) เพื่อนำไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตต่อได้
    ลักษณะของ OA
    1. Truly OA หมายถึง ให้ใช้บทความออนไลน์ได้ฟรีทันทีที่พิมพ์ ให้ผู้เขียนบทความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้เผยแพร่บทความออนไลน์ได้โดยไม่มีข้อจำกัด
    2. Delay OA หมายถึง ให้ใช้บทความออนไลน์ได้ฟรี เฉพาะฉบับย้อนหลัง (Free back issues) หลังจากตีพิมพ์ไปแล้ว
    3. Dual-mode OA หมายถึง วารสารชื่อเดียวกัน มีทั้ง Print Subscription และ OA Edition4. Hybrid OA หมายถึง ภายในวารสารฉบับเดียวกัน มีทั้งบทความ OA และ Non-OA5. Partial OA หมายถึง OA เฉพาะบางบทความ (มักเป็นการโฆษณาของสำนักพิมพ์)6. Low-income OA หมายถึง OA เฉพาะประเทศในกลุ่ม Low-income economies โดยให้บริการวารสารผ่านโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น Hinari, AGORA
     รายการอ้างอิง
    Available: http://www.stks.or.th/web/index.php?option=com_content&task=view&id=590&Itemid=132 Visited : 16/06/54 14.40

    วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

    Institutional Repository

    009304 วันที่ 13/06/54
                  Institutional Repository คือ คลังเก็บทรัพยากรสารสนเทศระดับสถาบัน อยู่ในรูปแบบของดิจิทัล ซึ่งมีการรวบรวม และมีการจัดทำดัชนีที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งสามารถสืบค้นทรัยกรสารสนเทศเหล่านั้นได้ เป็นการบริการในการจัดการและเผยแพร่งานในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งผู้ใช้ภายในและภายนอกสามารถเข้าถึงได้ งานบริการเหล่านี้ยังรวมไปถึงสิ่งพิมพ์ที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ ซึ่งในปัจจุบันสิ่งพิมพ์เหล่านี้มีจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบรรณารักษ์ที่จะรวบรวมและจัดเก็บ จึงสมควรได้รับการจัดเก็บ และเผยแพร่สิ่งเหล่านี้ในรูปแบบของดิจิทัล ซึ่งสามารถเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ในระยะยาว ซึ่งจะทำให้สามารถเผยแพร่และตรงตามความต้องการต่อผู้ใช้ได้ในอนาคต

    ประโยชน์
    1. ทำให้เกิดระบบการรวบรวม สงวนรักษา และเผยแพร่เนื้อหาทางวิชาการ
    2. เป็นเสมือนตัวชี้วัดของคุณภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย โดยมุ่งที่รวมเอางานทางปัญญาของ      มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย มาไว้ในที่เดียวกัน และสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก
    3. เป็นการสงวนรักษาทรัพย์สินทางปัญญาในรูปดิจิทัล
    4. เป็นเสมือนพื้นฐานของกระบวนทัศน์ใหม่ในการพิมพ์ผลงานทางวิชาการ
    5. เป็นการสื่อสารทางวิชาการ (scholarly communication)
    6. เป็นการจัดการความรู้
    7. เป็นการสนับสนุนเรื่องการเข้าถึงโดยเสรี


    รายการอ้างอิง 
     Available: http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/484-institutional-repositoryVisited: 13/06/2011 21.20